Nitisak's profileI'm just a man who are l...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
November 02 งานที่น่าเบื่อช่วงนี้เจอหน้าเพื่อนร่วมงานทีไรมักจะเจอคำว่า "เบื่อ" และเมื่อถามต่อว่าเบื่ออะไรก็ได้คำตอบว่า "เบื่องาน"
เนื่องจากช่วงนี้กำลังแฮปปี้สุขีกับชีวิตที่ได้เจอคนดีๆ ได้เตะบอลอย่างที่อยากมานาน (แต่ไม่รู้ว่าจะได้ลงตัวจริงของทีมรึเปล่านะ คงต้องลุ้นกันต่อไป) ได้ทำอะไรอย่างที่อยากทำ ก็เลยไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกข้างบนสักเท่าไหร่ แต่ถ้าจะให้ช่วยคิดก็ต้องคิดแบบอริยสัจ นั่นคือหาต้นเหตุแห่งทุกข์เสียก่อนว่ามันเบื่อเพราะอะไรกันแน่
ผมว่าความเบื่อของคนเรามันเกิดขึ้นจากหลายๆปัจจัยมารวมกันมากกว่าที่จะเกิดจากปัจจัยเดียว สมมติว่าเราเจอเรื่องร้ายๆมาสักเรื่องคงยังไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ (แถวบ้านผมเค้าเรียกว่า จิ๊บๆ) แต่พอเจอเรื่องโน้นเรื่องนี้รุมกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์มาพร้อมๆกันจนเริ่มออกอาการเป๋ เมื่อนั้นแหละครับความเบื่อจะเข้าครอบงำชีวิตของท่านทันที โดยไม่ต้องรอให้มีรับประกันเดลิเวอรี่ภายในครึ่งชั่วโมง
กรณีของเพื่อนผมอาจมาจากหลายๆสาเหตุ แต่คงไม่รู้ว่าจริงๆแล้วตัวเองเบื่อเพราะอะไรกันแน่ "งาน" ก็เลยกลายเป็นแพะไปโดยปริยาย เพราะงานเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด ทำอยู่ทุกวี่ทุกวัน
แต่พูดอย่างนี้อาจมีคนเถียงว่า "ไม่จริงอ่ะ ก็มันเบื่องานจริงๆนี่นา อย่างอื่นแฮปปี้หมด มีแต่งานนี่แหละที่มีปัญหาเยอะแยะ ไหนจะโน่นจะนี่ โอ้ย วุ่นวายจริงๆ ถ้าเปลี่ยนงานไปทำอย่างโน้นอย่างนี้ที่นั่นที่นี่ คงไม่เจอแบบนี้หรอก" อันนี้ก็คงเถียงไม่ขึ้นเหมือนกัน เพราะแต่ละคนก็มีประสบการณ์แตกต่างกัน แต่อยากแนะนำให้คิดนิดนึงว่า ปัญหาคือความท้าทายที่เข้ามาในชีวิต ผมเชื่ออย่างนึงว่าทำงานที่ไหนก็เจอปัญหาด้วยกันทั้งนั้น แล้วแต่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เหมือนพระเจ้าสร้างปัญหาให้มาพร้อมกับการทำงานอยู่แล้ว เป็นโจทย์ที่เราต้องคอยตามแก้เหมือนการบ้านสมัยนักเรียนที่เราต้องทำกันทุกวัน บางวันก็มีการบ้านเยอะ บางวันโชคดีก็น้อยหน่อย แตกต่างกันไป คิดอย่างนี้ บางทีอาจมีความสุขมากขึ้นก็ได้
อีกวิธีนึงที่อาจจะช่วยให้ยกระดับความสุขในจิตใจเราขึ้นมาอีกนิดนึงก็คือ การมองคนที่เขาแย่กว่าเราหรือคนที่ท่าทางจะต้องทำงานที่น่าเบื่อกว่าเรานั่นเอง ผมเองก็เคยนั่งคิดเหมือนกันว่างานอะไรที่ต้องไปทำจริงๆ คง โ ค ต ร น่าเบื่อเลย ทำงานมาปีนึงก็ได้พบได้เจออยู่หลายอาชีพ
อาชีพแรกที่ผมคิดออกก็คือ คนถ่ายเอกสาร อันนี้ไม่ดีทั้งสุขภาพใจและสุขภาพกาย ไหนจะโดนรังสีจากเครื่อง ไหนจะต้องนั่งหง่าวเฝ้าเครื่องเป็นวันๆอีก ถ้าร้านอยู่ที่ที่คนพลุกพล่านก็คงดี ลูกค้าคงเยอะ แต่ถ้าไม่ก็คงนั่งเหงาเฝ้าเครื่องถ่ายอยู่คนเดียว วันๆก็ไม่ได้คุยกับใคร ท่าทางชีวิตคงจะเศร้าน่าดู
อีกอันนึงก็เพิ่งจะได้มาเจอตอนที่ทำงานอยู่ CEC คือ พนักงานกดลิฟต์ครับ ถ้าใครมาที่ตึกวิทยกิตติ์ (ตึกเดียวกับศูนย์หนังสือจุฬา ตรงสยามสแควร์) ช่วงวันเสาร์อาทิตย์แล้วขึ้นลิฟต์ก็คงจะเห็นพี่คนนึงนั่งอยู่ตรงที่กดลิฟต์พร้อมกับอาวุธประจำกายในมือเป็นพัดอันเล็กๆ สำหรับคลายร้อน พี่กลุ่มนี้เค้าจะเริ่มงานสักประมาณ 10-11 โมง ช่วงที่นักเรียนของ CEC ใกล้พักเที่ยง พี่พวกนี้ก็จะมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ในลิฟต์คนละตัวคอยกดลิฟต์ขึ้นๆลงๆไปจนถึงบ่าย 2 บ่าย 3 ลองคิดดูสิครับ แม้ว่าจะกินเวลาแค่ 3-4 ชั่วโมง แต่ก็คงน่าเบื่อเอาการ วันๆไม่ต้องทำอะไร นั่งกดปุ่มเปิดปิดประตูกับกดจอดชั้น คุยกับใครก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้จักใคร แถมบางทียังโดนผู้โดยสารมองค้อนหรือพูดจาไม่ดีใส่อีก
เรื่องสุขภาพนี่ยังไม่รู้เหมือนกันว่าการปรับเปลี่ยนความดันในร่างกายอย่างรวดเร็วและฉับพลันบ่อยๆนี่มีผลต่อร่างกายมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าพูดเรื่องความน่าเบื่อล่ะก็ ผมว่าอันหลังนี่ท่าทางจะน่าเบื่อมากกว่าอันแรก เพราะอันแรกยังพอทำอย่างอื่นแก้เบื่อได้ หยิบหนังสือ นิยายมาอ่านก็พอถูไถ แต่ถ้าต้องมาคอยกดลิฟต์ตลอดเวลาคงจะทำอะไรไม่ได้ ต้องจดจ่ออยู่กับปุ่มบ้านี่ตลอดเวลา แถมยังอาจมีวาจาส่อเสียดมาเข้าหูอีกต่างหาก
อีกอันนึงที่อยากพูดถึงก็คือ พนักงานทำความสะอาดห้องน้ำหรือพวกแม่บ้านครับ ในชีวิตการทำงานส่วนใหญ่จะเจอแต่แม่บ้านดีๆ แต่ถ้าผมต้องมาทำเองคงเบื่อน่าดู วันๆอยู่แต่ในห้องน้ำ ซึ่งไม่น่าจะเป็นที่ที่น่าอภิรมย์สักเท่าไหร่ ยิ่งถ้าเป็นแม่บ้านดูแลห้องน้ำชายด้วยแล้ว ผมว่าสุดๆครับ
อาจดูไม่มีสาระเท่าไหร่ แต่ก็คงพอช่วยให้คลายเครียดได้บ้าง หวังว่าทั้งหมดทั้งปวงที่พล่ามมาคงช่วยให้หายเบื่อกับงานได้บ้าง ยังไงซะตื่นเช้ามาวันพรุ่งนี้ เราก็ยังต้องมาทำงานอยู่ดี สู้ทำใจให้รักงานที่ทำคงจะดีกว่า แถมงานที่ออกมาพร้อมกับความตั้งใจก็จะดูดีด้วย สู้เค้าต่อไปละกันนะครับ ทาเคชิทั้งหลาย
ป.ล. ช่วงนี้หงส์แดงฟอร์มดี ชนะมา 2 นัดติดแล้ว รวมทั้งนัดชนะบอร์กโดซ์ด้วย แถมพี่เจิดของเรายิงได้แล้วอีกต่างหาก สู้ต่อไป หงส์แดง (แม้จะต้องถูกไอ้พวกเด็กผีมันเย้ยหยันเอาก็ตาม) |
|
|