Nitisak's profileI'm just a man who are l...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
January 28 ในห้วงหนึ่งที่สับสนกับชีวิต...ดูเหมือนช่วงนี้สติจะไม่อยู่กับร่องกับรอยอีกครั้ง เพราะมีเรื่องโน้นเรื่องนี้มาให้คิดอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าสีหน้าท่าทางจะดูไร้สาระไปวันๆก็ตาม
ไหนจะเรื่องงานที่ดูเหมือนจะทำไม่เสร็จสักที เพราะมีมาให้ทำใหม่อยู่เรื่อยๆ กับอาชีพเสริมที่ดูไม่ออกเหมือนกันว่าจะรุ่งหรือริ่ง
อ้อ ยังมีเรื่องในใจที่ยังค้างคาใจเพราะยังตัดสินใจไม่ได้อีก 2 เรื่องด้วย
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ก็ขอระบายหน่อยละกัน (กรุณานึกหน้าข้าพเจ้าถอนหายใจประกอบด้วย เมื่ออ่านมาถึงบรรทัดนี้)
อาชีพเสริมที่เป็นตัวแทนประกันชีวิตเคยเป็นอะไรที่ "โอเค" ในความรู้สึก แต่ตอนนี้รู้สึกสับสนว่าจะทำมันต่อดีมั้ย
อันที่จริงคงต้องบอกว่า ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าเราขี้เกียจหรือเราไม่ชอบอาชีพนี้ถึงจะตรงมากกว่า
อาจเป็นเพราะเป้าหมายของเราไม่ได้อยู่ที่เงินที่เข้ามาในกระเป๋าสักเท่าไหร่ แต่เป็นเพราะอยากลอง อยากช่วยคน อยากรู้จักโลกอีกใบหนึ่งที่เราไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน หะแรกที่เข้ามาคิดอย่างนี้ แต่พอเข้ามาทำแล้ว ได้งานประจำแล้ว รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ สัปดาห์นึงทำงาน6วัน เหลือวันนึงให้พักผ่อนก็อยากจะนอนเอกเขนกอยู่บ้าน อ่านหนังสือที่อยากอ่าน เล่นเกม หรือทำอะไรที่อยากทำบ้าง แต่ด้วยหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบนั่นคือการออกไปพบลูกค้าหางานมาให้ได้สักชิ้นเพื่อส่งเข้าหน่วย บางทีรู้สึกว่าเป็นอะไรที่ฝืนใจมากๆ
เคยคิดว่า "ยอมลำบากตอนนี้ เผื่อว่าจะสบายในวันข้างหน้า" ก็แล้ว พยายามคิดถึงตอนที่ไปสัมมนาหรืออบรมที่วิทยากรบอกว่า "ต้องพยายามเปลี่ยนตัวเอง (ให้ขี้เกียจน้อยลง ขยันทำงานมากขึ้น) แล้วคุณจะประสบความสำเร็จ" ก็แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกฝืนในหัวใจอยู่ดี
บางทีก็คิดว่า เราเองมีอารมณ์ศิลปินเกินไปหรือเปล่า ใจคอจะไม่ยอมทำอะไรที่ไม่ชอบหรือที่ต้องฝืนใจเลยใช่ไหม นั่งคิดอยู่นานจนปวดหัวขึ้นมานิดๆ เพราะเริ่มคิดไม่ตกว่า ตกลงนี่กูไม่ชอบหรือกูขี้เกียจกันแน่วะเนี่ย
ยิ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไปเจอหัวหน้าหน่วยมาบอกว่า บ.จะถอดโค้ดทิ้งถ้าไม่ส่งงานไตรมาสละ 3 ราย หรือเบี้ย 15000 ยิ่งไปกันใหญ่
ถึงตอนนี้ก็ยังคิดไม่ตกอยู่ดีว่าจะเอายังไง ได้แต่คิดว่าก็แล้วแต่อารมณ์และโอกาสละกัน แล้วตอนหลังจะมานั่งเสียใจเสียดายก็คงต้องด่าตัวเองว่า "ไอ้โง่ สมน้ำหน้า" แล้วล่ะ
เคยนั่งถามตัวเองเหมือนกันว่า ตอนนี้จะเอายังไงกับอนาคตเนี่ย จะเรียนหรือทำงาน อยากเป็นอาจารย์จริงๆหรือเปล่า แล้วจะสอบเมื่อไหร่ แล้วจะเอาตังค์ที่ไหนมาเรียน ถ้าเรียนแล้วต้องลาออกจากงานมั้ย แล้วงานประกันล่ะจะเอาไง...
เฮ้อ ดูชีวิตตอนนี้มันช่างสับสนจริงๆ
โชคดีที่ตอนนี้มีสิ่งนึงที่แน่นอนในชีวิต นั่นคือ ความคิดที่ว่า "กูจะต้องเก่งอันใดอันหนึ่งให้ได้" ณ ตอนนี้คิดอยู่ว่าถ้าเราเก่งจริง ต่อให้เก่งด้านไหนก็หาตังค์เลี้ยงตัวเองได้แน่นอน ฉะนั้น ถ้าชอบประวัติ อยากเรียนประวัติ ก็ต้องเอาให้แบบสุดๆไปเลย
...ว่าแต่จะเอาตังค์ที่ไหนมาเรียนล่ะ...
...เกลียดตัวเองตอนคิดอย่างนี้จริงๆ ไม่อยากเกิดมาเป็นคนคิดมากเลยกรู
เอาเถอะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ขืนมามัวแต่กลัวก็คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี ส่วนเรื่องอาชีพเสริมก็ดูกันไปละกัน ถ้าต้องถอยก็คงไปฝืนอาไรไม่ได้ นอกจากสมน้ำหน้าตัวเอง...
พูดถึงตัวเองแล้วก็นึกถึงน้องชายตัวเองขึ้นมา เมื่อวันก่อนคุยกับมัน ถามว่าตกลงจะเรียนอะไร มันบอกว่าจะเรียนรัฐศาสตร์หรือเศรษฐศาสตร์นี่แหละ เราก็เลยถามมันไปว่าแล้วจบมาจะทำอะไร มันก็อึ้ง (เมื่อวานคุยกับมัน มันบอกว่า มาวิเคราะห์โน่นนี่ให้คนอื่น เลยถามมันต่อว่าแล้วใครจะฟังมึง มันก็อึ้งอีก) เรื่องของเรื่องก็คือ ขนาดเราคิดว่าเราแน่นอนกับชีวิตแล้วนะ ยังมีช่วงเคว้งคว้างเลย แล้วมันล่ะ มาแบบไม่รู้อะไรแล้วจะรอดมั้ยเนี่ย เราเองคิดว่าการเรียนสายมนุษยศาสตร์ควรจะมีเป้าหมายคร่าวๆไว้ก่อน เพราะจะได้ไม่เสียเวลาและโอกาสดีๆไป มันไม่เหมือนสายวิทย์ที่เรียนแล้วรู้เลยว่า ออกมาทำอะไร มันต้องคิดด้วย อีกอย่างตัวเองรู้สึกว่าน้องชายเลือกสายมนุษย์เพราะรู้สึกว่ามันง่ายและน่าจะเอนท์ติดได้ไม่ยาก เลยไม่ตั้งใจอ่านหนังสือ ซึ่งดูไม่ใช่วิธีคิดที่ดีเลย ตอนนี้ก็ได้แต่จี้ให้มันอ่านหนังสือจนมันเริ่มเบื่อแล้วเนี่ย เราเองก็เบื่อเหมือนกันแต่ก็ไม่รู้จะทำไง ยังไงนั่นก็น้อง เราอยากบอกกับมันว่า "ดีใจด้วยนะที่เข้าคณะที่อยากเข้าจริงๆได้" มากกว่ามาปลอบใจมันว่า "เออ ติดที่นี่ก็ดี" หรือ "เออ ไม่เป็นไรหรอก"...
อีกเรื่องก็เป็นเรื่องของหัวใจที่ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก บางทีคิดไปคิดมาก็ตลกตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมต้องคิดมากอะไรขนาดนั้นด้วย แต่ก็นะ ไม่อยากเอาใคราแก้เหงาเล่นๆ แล้วก็เลิกกันไป ทุกวันนี้ก็นั่งถามตัวเองทุกวันว่าคิดยังไงกับเขากันแน่ ชอบเขาจริงหรือเปล่า แต่ก็นะ ไม่รีบนี่ อยู่เป็นโสดอย่างนี้ก็ดีไปอีกแบบ ถึงจะเหงาบ้าง แต่ก็เข้าใจล่ะนะ
อ้อ เพิ่งถอยจักรยานมาใหม่ป้ายแดง สีแดงเอี่ยมอ่อง หมดไปเกือบพันเจ็ด เอาไว้ขี่ไปโน่นมานี่ในจุฬา หวังว่าคงมีใครสักคนที่ชอบของแปลกอย่างเรานึกพิเรนอยากมาซ้อนท้ายหัวใจ เอ้ย จักรยานของเราบ้าง 55555
ชักฟุ้งซ่านละ ไปดีก่า คิดถึงเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนนะครับ แล้วเราจะได้เจอกันเมื่อชาติต้องการ... |
|
|